Diabetes ketoacidosis ในคนไข้เบาหวานจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ในคนไข้เบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมากๆ ถ้าไม่อยากให้น้ำตาลในเลือดสูง คิดง่ายๆเราก็ไม่ต้องให้คนไข้ได้น้ำตาลเลย คือไม่ให้ทานของหวานเลย ไม่ให้ fluid ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ถ้าเราทำเช่นนั้น คนไข้เบาหวานจะเกิดภาวะ diabetes ketoacidosis ได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทั้งๆที่คนไข้ก็มีน้ำตาลในเลือดสูงอยู่แล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า น้ำตาลในเลือดของคนไข้เบาหวานนั้นร่างกายไม่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่ถ้าเป็นน้ำตาลที่ metabolite ขึ้นมาใหม่นั้น cell จะสามารถนำไปใช้ได้
เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ให้น้ำตาลเลย ก็จะเกิด Diabetes ketoacidosis ได้ แล้วเราให้น้ำตาลได้เท่าไหร่ละถึงจะน้อยที่สุดที่จะไม่เกิดภาวะนี้ ต้องมาเข้าใจกระบวนการ physiology ของร่างกายก่อน
ร่างกายเราแบ่ง cell ในการใช้น้ำตาลได้ประมาณ 3 ประเภท
1. glucose dependent คือ สมอง และ RBC แปลว่า สมองจะไม่ใช้พลังงานในรูปอื่นนอกจาก glucose
2. glucose prefer คือพวก ตับ ไต
3. glucose independent คือไม่มีน้ำตาลก็ไม่เป็นไร เช่น พวก cell กล้ามเนื้อ, nerve cell ใช้พวก lactic acid ได้
เพราะฉะนั้น ถ้าสมองมีน้ำตาลไปเลี้ยงไม่พอ ร่างกายก็จะสลายไขมันเพื่อไปสร้างน้ำตาลมาใช้ ทำให้เกิดของเสียที่เรียกว่า ketone ออกมา นำไปสู่ diabetes ketoacidosis
แล้วสมองต้องใช้น้ำตาลต่อวันขัั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอละ คำตอบอยู่ที่ glucose 120 g แล้วมันเท่าไหร่ละ glucose 120 g นะ คิดง่ายๆ coke หนึ่งกระป๋องมีน้ำตาลอยู่ประมาณ 200 g เพราะฉะนั้นถ้าคนไข้กินโค้กได้วันละกระป๋องก็ไม่ต้องกลัวภาวะ diabetes ketoacidosis ล่ะ (แต่ถ้ากินโค้กด้วย กินข้าวด้วย กินผลไม้หวานๆด้วย น้ำตาลก็ไม่ลงเลยละคราวนี้ ต้องดูหลายๆอย่างประกอบ นี้แค่ยกตัวอย่างให้ดู)
เข้าไปอ่านต่อที่นี้แล้วจะเข้าใจมากขึ้น
http://www.absoluteastronomy.com/topics/Famine_response
21 March 2009
diabetes ketoacidosis จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่
19 March 2009
Regular insulin กับการควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานก่อนผ่าตัด
ในกรณีคนไข้ เบาหวานที่ต้องควบคุมระดับคนไข้เบาหวานก่อนผ่าตัด ส่วนใหญ่จะใช้ regular insulin ในการควบคุม
การให้ RI ให้ได้หลักๆสองทาง
1. IV ออกฤทธิ์ทันที peak ใน 30 นาที
2. subcutaneous ออกฤทธิ์ช้า peak ที่ 3 hr และมีผลต่อไปอีก 3 hr
โดย RI 1u จะสามารถลดน้ำตาลได้ 30-50 mg%
ถ้าคนไข้มี FBS > 200 จะ 1u จะลดได้ 50mg%
แต่ห้ามลด FBS > 100 mg% ใน 1 hr มิฉะนั้นจะเกิดภาวะสมองบวมจาก ภาวะที่ cell ได้น้ำตาลเข้าไปมากทำให้น้ำไหลตามน้ำตาลเข้าไปใน cell เกิด cell บวมขึ้น
ข้อควรรู้อีกอย่างคือ น้ำเกลือ 5%Dn/2 1 ขวด มีน้ำตาล 50 g ซึ่งต้องใช้ RI 10u ในการ metabolite ให้หมด ซึ่งก็คือ RI 1u metabolite glucose ได้ 5 g ความรู้นี้นำไปใช้ในการ titrated RI ผ่านทาง IV drip ได้
ข้อที่ควรนำมาพิจารณาเกี่ยวกับระดับน้ำตาลกับศัลยกรรม อีกอย่างหนึ่งคือ ระดับน้ำตาลหลังทำหัตถการเป็นเช่นไร เนื่องจากการทำ surgery จะทำให้เกิด trauma หลังทำ ทำให้ภาวะน้ำตาลสูงขึ้น แต่อีกทางหนึ่งถ้าคนไข้หลังทำหัตถการไม่สามารถกินได้ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะต่ำ ดังนั้นเราต้อง balance สองจุดนี้ให้ดี
สุดท้ายนี้ความรู้ด้านบนเป็นอัตรา RI ที่ลดน้ำตาลได้ในคนปกติ แต่ในคนเป็นเบาหวาน cell จะ response ต่อ RI ได้ไม่เหมือนคนปกติ ดังนั้นต้องทำการ titrated โดยปรับ dose ไปเรื่อยๆแล้วเจาะ Dtx เป็นระยะเผื่อประเมินว่าในคนไข้คนนี้ reponse ต่อ RI อย่างไร
10 January 2008
Diabetes Mellitus drug with dental consideration
คงมีทันตแพทย์หลายๆคนไม่รู้ว่ายาที่ใช้รักษาโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง และมีผลอย่างไรกับทางทันตกรรม มารู้จักยาที่รักษาเบาหวานตามตารางกันก่อน ที่ใช้กันบ่อยมีแค่ไม่กี่ตัว จำไม่ยาก
Drug used in Diabetes Mellitus
| DRUG CLASS | GENERIC (TRADE) DRUG NAMES* | MECHANISM OF ACTION |
| Sulfonylureas | Chlorpropamide (Diabinese) Glipizide (Glucotrol) Glyburide (DiaBeta, Micronase) Glimepiride (Amaryl) | Stimulate insulin secretion |
| Meglitinides | Repaglinide (Prandin) | Stimulate insulin secretion |
| Biguanides | Metformin (Glucophage) | Decrease glycogenolysis and hepatic glucose production |
| Alpha-Glucosidase Inhibitors | Acarbose (Precose) Miglitol (Glyset) | Decrease gastrointestinal absorption of carbohydrates |
| Thiazolidinediones | Rosiglitazone maleate (Avandia) Pioglitazone (Actos) | Enhance tissue sensitivity to insulin |
ที่คุ้นๆกันก็คือ MF ก็คือ Metfomin ให้รู้แล้วกันว่า MF คือตัวย่อของ Metformin เวลาเจอคนไข้เบาหวานจะได้ไม่งงว่ากินยาอะไรอยู่ ยาในกลุ่มนี้เท่าที่รู้ไม่มีผลกับการรักษาทางทันตกรรม
กับยาในอีกกลุ่มคือ Sulfonylurea ที่คุ้นกันคือ Gliclazide, Glipizide, Glibenclamide จำง่ายๆพวก Gli ทั้งหลายนี้เอง ยากลุ่มนี้มีความสำคัญกับการรักษาทางทันตกรรมบ้างเหมือนกัน เพราะทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการหลั่ง Insulin ออกมามาก ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาในช่องปากแล้วทำให้ไม่สามารถทานข้าว ทานอาหารได้เหมือนเดิม ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะ Hypoglycemia ได้
ยากลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รักษาโรคเบาหวานโดยตรงแต่เป็นการป้องกัน Complication ที่จะเกิดกับโรคเบาหวาน ก็คือ Aspirin โดยแพทย์แต่ละคนก็จะให้ Dose ต่างๆกันไปแล้วแต่เรียนหรือเชื่อกันมายังไง แต่จะให้เป็น low dose คือตั้งแต่ 75-325 mg (Grain I 65mg, Grain V 325mg) Aspirin มีผลกับการทำงานศัลยกรรมในช่องปากคือ ทำให้เลือดหยุดยากขึ้น โดยทันแพทย์จะถูกสอนกันมาให้หยุด ASA 7 วันก่อนการถอนฟันในช่องปาก แต่จากการศึกษาในปัจจุบันทำให้ ADA บอกว่าไม่ต้องหยุด ASA ในการทำ minor oral surgery เอาเป็นว่าถอนฟันไม่เกิน 3 ซี่แล้วกัน อย่างไรก็ตามควรจะซักประวัติ ตรวจร่างกายด้านอื่นๆของผู้ป่วยประกอบด้วย และควรจะมีสารห้ามเลือดพร้อม เช่น Gelfoam หรือ Surgicel
หวังว่าคนอ่านคงได้ประโยชน์จากเกร็ดความรู้เรื่องยาในการรักษาโรคเบาหวานบ้างครับ
หมายเหตุ: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วย cardiovascular event, myocardial infarction, stroke เพิ่มขึ้น 2-4 เท่า ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
Reference
- Brennan, Michael T. DDS, MHS a; Wynn, Richard L. PhD b; Miller, Craig S. DMD, MS c. Aspirin and bleeding in dentistry: an update and recommendations; Oral Surgery, Oral Medicine, Oral Pathology, Oral Radiology, & Endodontics. 104(3):316-323, September 2007.
- RAJESH V. LALLA, B.D.S., Ph.D.; JOSEPH A. D’AMBROSIO, D.D.S., M.S. Dental management considerations for the patient with diabetes mellitus, JADA, Vol. 132, October 2001
- http://www.student.chula.ac.th/~45350858/appirin.html
Relate link
Vasovagal Syncope and dental consideration
Adrenal insufficiency and Dental consideration