มีการใช้ที่สับสนมากของชั้นของ Fascia บริเวณ Scalp ต่อมายัง Preauricular area
29 February 2012
ความสับสนของ plane ระหว่าง temporopariental fascia กับ temporalis fascia
06 July 2011
oxygen dissociation curve บอกอะไร
Oxygen dissociation curve บอกเราว่า เมื่อ PaO2 มากถึงระดับหนึ่ง O2 saturation ก็จะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากอย่างที่คิดแล้ว
จำง่ายๆว่า
O2 sat 90 PaO2 60
sat 60 PaO2 30
sat 70 PaO2 45
กราฟนี้สามารถ shift ไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้แล้วแต่สถาวะ และปัจจัยต่างๆที่กระทำกับร่างกาย
โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้องมี
1. H+
2. CO2
3. Temperature
4. 2.3 DPG
จำง่ายๆก็เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายต้องการใช้ O2 ในการ metabolism ดังนั้น Hemoglobin ก็ต้องปล่อย O2 ให้ร่างกายมากขึ้น เมื่อเราออกกำลังกาย ร่างกายจะมี Temperature สูงขึ้น , มีการแลกเปลี่ยน CO2 มากขึ้น ร่างกายมีภาวะ acidosis ก็จะเข้าใจได้กับปัจจัยข้างต้น
ส่วน 2,3 DPG จะพบใน RBC โดย Pack red cell ที่เก็บไว้นานๆแล้วค่อยมาให้คนไข้จะมี 2,3 DPG ที่ต่ำลงทำให้ RBC ที่ได้มาไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร เพราะมันทำให้ o2 dissociation curve วิ่งไปทางซ้าย คือ O2 affinity มากขึ้น เม็ดเลือดแดงจะไม่ยอมปล่อย O2 ให้กับร่างกาย
30 June 2011
Traumatic brain injury hyper or hypo ventilation
28 June 2011
Cocaine ยาชาที่ไม่ค่อยใช้กันแล้ว
Cocaine ที่รู้จักกันดีเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง แต่ Cocaine ยังมาใช้ในทางการแพทย์เป็นยาชาได้ด้วย
Cocaine มีฤทธิ์ขัดขวางการ reuptake ของ Norepinerphine , epinerphine, dopamine ที่บริเวณ presynaptic cleft ทำให้เกิดภาวะ hyper-sympathetic ก่อให้เกิด tachycardia, Arrhythmia, Hyperthermia, Convulsion ได้
การที่ cocaine ส่งผลให้มี prolong action ของ dopamine ทำให้เกิดผลที่เรียกว่า euphoria เกิดขึ้น
Cocaine เป็น Local anesthetic agent ได้ด้วยเนื่องจากขัดขวางการทำงานของ Na channel ทำให้ขัดขวางการเกิด action potential จึงมีฤทธิ์เป็นยาชา ร่วมกับฤทธิ์ขัดขวางการ reuptake ของ epinerphine จึงทำให้เป็นยาชาเพียงชนิดเดียวที่มีผล vasoconstriction (ซึ่งถ้าใช้เป็น intranasal local anesthesia อาจทำให้เกิด septum perforation ได้)
ปัจจุบันนี้ cocaine แทบจะไม่ใช้ในทางการแพทย์แล้วเนื่องจาก Therapeutic index ที่ค่อนข้างต่ำมาก คือ Dose ที่ใช้ในการรักษากับ dose ที่ทำให้เกิดพิษใกล้เคียงกันมากเกินไป
22 June 2011
Plate system in oral&maxillofacial
Plate system ใน maxillofacial trauma มีหลายแบบ เท่าที่นึกออกแบ่งได้เป็นดังนี้
แบ่งตามขนาดของ plate
1. Large plate คือ plate ตั้งแต่ 2.4 mm ขึ้นไป
2. Small plate หรือ miniplate คือ plate ขนาดตั้งแต่ 2.0 mm ลงไป
แบ่งตามลักษณะของ plate ที่กระทำกับ bone
1. Non-compression plate เช่น miniplate(ขนาดเล็กจนไม่ compress bone) , Locking plate (หัว screw จะมีเกลียว lock กับ plate ทำให้ไม่กด bone)
2. Compression plate เช่น Large plate ทั้งหลาย (Trauma plate, Reconstruction plate) , Dynamic compression plate (DCP) พวกนี้จะมีเกลียวที่ plate ที่ทำให้กด bone เข้าหากัน
แบ่งตามลักษณะการรับแรงของ plate
1. Load bearing คือ plate รับน้ำหนักทั้งหมด เช่นพวก reconstruction plate ใช้ใน comminuted fracture, หรือ fx ที่มี bone lost เกิด bone gap
2. Load sharing คือ plate ที่ไม่ได้รับน้ำหนักเองทั้งหมด มี bone มาช่วยรับแรงด้วย เช่น miniplate , DCP พวกนี้ต้องไม่ comminuted fx, ไม่มี bone gap
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ AO foundation http://www2.aofoundation.org/ ดีมากๆมี video ให้ดูด้วย


